วันจันทร์ที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

อาหารบำรุงสมอง


บทความนี้เขียนโดย ©2011-2012 N3K Team 

E-mail: n3k.in.th@gmail.com

Link http://www.n3k.in.th/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E/%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9A%E0%B8%B3%E0%B8%A3%E0%B8%B8%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87


20 อาหารบำรุงสมอง " ช่วยความจำ "


1. บลูเบอร์รี่

ลูกเบอร์รี่ต่างๆ คือหนึ่งในอาหารที่ดีที่สุดสำหรับมนุษย์เรา และบลูเบอร์รี่ก็ดีต่อสมองมากๆ เนื่องจากมีใยอาหารสูงแต่ค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ หมายความว่า ผู้ป่วยเบาหวานก็กินได้โดยที่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงเฉียบพลัน เคยมีการศึกษามากมายที่ชี้ว่า มันจะช่วยลดความเสี่ยงเป็นโรคอัลไซเมอร์ ช่วยให้เราเรียนรู้เรื่องต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น สิ่งที่ต้องระวังก็คือให้เลี่ยงบลูเบอร์รี่เชื่อมหรืออบแห่งเท่านั้นล่ะค่ะ

2. แซลมอนธรรมชาติ

กรดไขมันจำเป็นโอเมก้า-3 เป็นสิ่งที่สำคัญต่อสมองมาก ไขมันที่มีประโยชน์นี้มีความเกี่ยวพันกับสติปัญญาช่วยให้กระปรี้กระเปร่า ชะลอความเสื่อมถอยของระบบประสาทส่วนกลาง พัฒนาความจำ ทำให้อารมณ์ดี และลดโอกาสเกิดโรคซึมเศร้าหรือโรคสมาธิสั้น แต่ถ้ามีโอกาสก็ให้เลือกแซลมอนตามธรรมชาติดีกว่าแซลมอนจากฟาร์มเลี้ยงนะค่ะ

3. ทับทิม

คนรักทับทิมควรจะกินจากผลสดๆ มากกว่าดื่มน้ำคั้นเพราะจะได้ใยอาหารด้วย ทับทิมมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นเดียวกับบลูเบอร์รี่ ซึ่งจำเป็นมากๆ สำหรับสุขภาพของสมอง เพราะสมองคืออวัยวะแรกๆ ที่จะได้รับผลกระทบจากความเครียด ดังนั้น สิ่งใดก็ตามที่ช่วยระงับความเครียดได้จะดีต่อสมองเช่นกันนะค่ะ
4. กาแฟ

มล็ดกาแฟคล้ายกับเมล็ดโกโก้ตรงที่มันเต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ กรดอะมิโน วิตามิน และแร่ธาตุ โดยเฉพาะผงกาแฟจากเมล็ดที่บดใหม่ๆ จะมีประโยชน์ต่อทั้งสมองและร่างกายมาก ส่วนกาเฟอีนก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีผลดีต่อสมองเช่นกัน การดื่มกาแฟเป็นประจำจะช่วยชะลอไม่ให้สมองเสื่อมถอย ป้องกันโรคอัลไซเมอร์หรือโรคหลงลืมได้จริง แม้กระนั้นก็ยังมีคำถามว่า ตกลงแล้วกาแฟมีประโยชน์หรือเปล่า ปัญหาอยู่ที่เรามักจะผสมกาแฟกับของที่ไม่ดีต่อสุขภาพอื่นๆ เช่น ครีม น้ำตาล ช็อกโกแลต หรือวิปครีม สิ่งเหล่านี้ล้วนแต่เพิ่มทั้งสารเคมีและไขมันให้แก่กาแฟ ความจริงแล้วเมล็ดกาแฟเป็นของปลอดภัยยิ่งถ้าเป็นเอสเพรสโซ่เพียวๆ ยิ่งดีต่อทั้งหัวใจและสมองเลยล่ะ

5. ถั่ว

ถั่วมีทั้งโปรตีน ใยอาหาร และไขมันที่มีประโยชน์ คาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนที่อยู่ในถั่วจะทำให้เราแจ่มใสได้ ในขณะที่โปรตีนและไขมันจะช่วยให้พลังงานคงระดับตลอดทั้งวันนอกจากนี้ ยังมีวิตามินอีซึ่งจำเป็นต่อการทำงานของสมอง  แต่อย่างไรก็ควรหลีกเลี่ยงถั่วเหลือบน้ำตาลหรือปรุงรส ส่วนทางเลือกที่ดีก็มีตั้งแต่เฮเซลนัต เม็ดมะม่วงหิมพานต์ วอลนัต และอัลมอนต์ ส่วนแมคคาเดเมียนั้นมีปริมาณไขมันมากกว่าถั่วชนิดอื่นๆ

6. ทูน่า

นอกจากจะเป็นแหล่งของโอเมก้า-3 แล้ว ปลาทูน่า โดยเฉพาะปลาทูน่าครีบเหลือง ซึ่งมีระดับวิตามินบี 6 สูงกว่าอาหารประเภทอื่นๆ วิตามินบี 6 นี้เกี่ยวพันโดยตรงกับความจำและสติปัญญา รวมถึงสุขภาพโดยรวมในระยะยาวของสมอง โดยรวมแล้ววิตามินบีคือ หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดต่อการรักษาอารมณ์ให้คงที่ แต่วิตามินบี 6 จะส่งผลต่อการรับสารโดพามีนที่เป็นหนึ่งในฮอร์โมนความสุขเหมือนกับเซโรโทนิน

7. ข้าวกล้อง

ด้วยความที่มีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ ข้าวกล้องจึงดีมากๆ สำหรับคนที่แพ้กลูเธนเพื่อให้สุขภาพของหลอดเลือดหัวใจแข็งแรงขึ้น ยิ่งระบบไหลเวียนโลหิตของเราดีเท่าไหร่สมองก็ยิ่งเฉียบแหลมมากเท่านั้น

8. ชาเขียว

ชาเขียวนี้คือ มัตชะ ชาเขียวจากใบชาอ่อนๆ ที่ผ่านกรรมวิธีบดด้วยหินตามแบบฉบับญี่ปุ่น เมื่อเราดื่มชาเขียวเหล่านี้เข้าไปก็เหมือนกับเราดื่มใบชาเข้าไปทั้งใบ ผงชาเขียวนั้นอุดมไปด้วยสารคลอโรฟิลด์จึงทำให้มีสีเขียวสด เมื่อผสมเข้ากับน้ำร้อน (แต่ไม่เดือด) จะมีรสชาติฝาดนิดๆและเพียงแก้วเดียวก็ทำให้คุณรู้สึกปลอดโปร่งได้ว่ากันว่า มัตชะ คือเหตุผลหนึ่งซึ่งทำให้พระสงฆ์ญี่ปุ่นสามารถนั่งสมาธินานๆ ได้แต่ถ้าพูดในแง่วิทยาศาสตร์แล้วมัตชะมีสารที่ชื่อว่า Catechin วิตามินเอและซี ฟลูออไรด์ และสาร L-Theanine ซึ่งช่วยในเรื่องสมาธิ แค่เฉพาะสารต้านอนุมูลอิสระอย่างเดียวก็มีมากกว่าบลูเบอร์รี่ถึง 33 เท่า

9. เมล็ดพืช

ไม่ว่าจะเป็นเมล็ดทานตะวัน เมล็ดแฟล็กซ์ เมล็ดฟักทองหรือเมล็ดพืชอื่นๆ ก็ล้วนมีโปรตีน ไขมัน วิตามินอี สารต้านอนุมูลอิสระ และแร่ธาตุซึ่งช่วยเสริมสร้างสมองอย่างแมกนีเซียม

10. ข้าวโอ๊ต

ถ้ามันดีต่อสุขภาพของหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงหัวใจ ก็แปลว่ามันดีต่อสมองของเราด้วย ข้าวโอ๊ตมีใยอาหารและก็มีโปรตีนอยู่พอสมควรหรือแม้แต่โอเมก้า-3 ก็ยังมีอีกจำนวนหนึ่ง การกินข้าวโอ๊ตตอนเช้าจะช่วยให้เราแจ่มใสและไม่ง่วงนอนแม้ในยามบ่ายด้วย
11. หอยนางรม

ไม่ใช่หอยทุกชนิดจะเป็นอาหารสมองได้ แต่หอยนางรมน่ะใช่แน่ๆ เพราะมีทั้งซีลีเนียม แมกนีเซียม โปรตีน และแร่ธาตุอื่นๆ ที่จำเป็นต่อสุขภาพสมอง ก่อนหน้านี้เคยมีการทดลองพบว่า คนที่กินหอยนางรมมีความจำและอารมณ์ดีขึ้นด้วย

12. ผักใบเขียว

ผักโขม คะน้า ปวยเล้ง บร็อกโคลี่ กวางตุ้ง ฯลฯ ไม่ว่าคุณจะชอบผักใบเขียวชนิดไหนควรพยายามกินทุกวัน ผักใบเขียว อุดมด้วยธาตุเหล็ก ถ้าขาดธาตุเหล็กก็อาจมีโรคต่างๆ ตามมาได้ เช่น กลุ่มอาการขาอยู่ไม่เป็นสุข (Restless Legs Syndrome) อาการเหนื่อยล้า อารมณ์เสีย สมองตื้อตัน และปัญหาสภาพจิตอื่นๆ

13. มะเขือเทศ

แม้ใครๆ จะรู้กันว่ากินมะเขือเทศแล้วผิวสวย แต่มะเขือเทศเองก็จัดว่าเป็นอาหารสมองชั้นดีเหมือนกัน เพราะมันมีสารต้านอนุมูลอิสระชื่อว่า ไลโซปีน จึงช่วยป้องกันโรคหลงลืมได้ เพียงแต่ต้องผ่านความร้อนก่อนเพื่อให้เรารับไลโคปีนได้เต็มที่ อย่างนี้ก็หมายความว่าซอสมะเขือเทศก็มีประโยชน์น่ะสิ? จริง แต่ว่าซอสมะเขือเทศก็มากับน้ำตาลเช่นกัน หากเป็นไปได้ก็ทำอาหารเองจะดีกว่านะ
14. น้ำมันมะกอก

อย่าลืมว่าร้อยละ 60 ของสมองคือไขมัน ดังนั้น เราไม่สามารถมองข้ามไขมันไปได้ การศึกษาจำนวนมากชี้ว่า ถ้าไม่มีไขมันแล้วเราจะคิดอ่านไม่ชัดเจน อารมณ์แปรปรวน และอาจเป็นโรคนอนไม่หลับ การกินอาหารที่อุดมด้วยไขมันนั้นจำเป็นมากๆ ต่อสมองที่ปลอดโปร่ง ความจำที่ดี และอารมณ์ที่สมดุล ทั้งนี้ อาหารสำเร็จรูปขนมกรุบกรอบหรือแม้แต่น้ำราดสลัดส่วนใหญ่จะใช้น้ำมันข้าวโพดหรือน้ำมันอื่นๆ ที่มีไขมันโอเมก้า-6 ตรงนี้ต้องคอยสังเกตไว้ ถึงจะชื่อว่าโอเมก้า-6 แต่ก็ไม่ใช่ไขมันที่ดี
15. น้ำสะอาด

เพื่อสมองที่แจ่มใสจะขาดน้ำเปล่าไปไม่ได้ อย่าลืมหาโอกาสจิบน้ำเปล่าตลอดทั้งวัน (และสูดอากาศบริสุทธิ์ด้วย) การดื่มน้ำเปล่ากับสูดอากาศจะช่วยเพิ่มพลังและทดแทนออกซิเจนเข้าไปในเซลล์ทำให้สมองของคุณไม่รู้สึกเหนื่อยล้ามากเกินไปนัก อย่างไรก็ตามต้องหลีกเลี่ยงน้ำหวานหรือน้ำอัดลมของพวกนี้มีทั้งน้ำตาลและกาเฟอีนอยู่ในปริมาณมากเกินไปซึ่งอาจนำไปสู่การเสพติดได้เลยทีเดียว

16. ผงกะหรี่

เครื่องปรุงนี้เป็นหนทางที่ดีในการเพิ่มรสชาติให้แก่สมอง ส่วนประกอบหลักในผงกะหรี่ คือ ขมิ้น และขมิ้นก็มีสารต้านอนุมูลอิสระอยู่มากมาย มันจะช่วยต่อสู้กับอนุมูลอิสระทั้งหลายที่เกิดขึ้นในสมองและร่างกาย นอกจากนี้ยังช่วยป้องกันโรคเบาหวานและโรคหัวใจได้ด้วย เพียงแค่เดือนละครั้งที่กินกะหรี่ก็มีผลดีต่อสมองแล้วล่ะ

17. ไข่

มีทั้งโปรตีนและไขมันซึ่งให้พลังงานแก่สมองได้นานหลายชั่วโมง นอกจากนี้ซีลีเนียมในไข่ออร์แกนิกก็ได้รับการพิสูจน์แล้วว่า จะช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นได้

18. โยเกิร์ต

เป็นอาหารว่างที่ง่ายและมีประโยชน์ด้วยโปรตีนและแคลเซียม โปรตีนสำคัญมากต่อสารสื่อประสาทที่จะช่วยให้สมองแจ่มใส ส่วนแคลเซียมก็ช่วยในเรื่องของความจำ แต่ก็ต้องดูว่าโยเกิร์ตนั้นไม่มีน้ำตาลมากเกินไป ถ้าจะให้ดีกว่านั้นก็ลองกินคู่กับธัญพืชต่างๆ เพื่อเป็นของว่างเมื่อไหร่ก็ได้ที่หิว

19. ช็อกโกแลต

ไม่ว่ารสชาติหรือประโยชน์ ช็อกโกแลตก็ดีตรงที่มีสารช่วยกระตุ้นสมองมีปริมาณกาเฟอีนในระดับที่พอเหมาะเพิ่มสารเซโรโทรนินซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข นอกจากนี้ดาร์กช็อกโกแลตยังมีใยอาหารจำนวนมาก (ยังจำกันได้มั้ย ใยอาหาร = หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง = สมองแข็งแรง)

20. กระเทียม

ถ้าไม่สงสารคนนอนข้างๆ ก็กินกระเทียมสดๆ เลยเห็นเล็กๆ อย่างนี้ กระเทียมเต็มไปด้วยสารอาหารมากมาย ไม่เพียงแต่มันจะมีชื่อเสียงในเรื่องการลดระดับคอเลสเตอรอล "เลว" และทำให้หลอดเลือดหัวใจแข็งแรง กระเทียมยังช่วยส่งสารต้านอนุมูลอิสระไปที่สมองด้วย

สมองดี ความจำดี เริ่มต้นที่อาหาร


บทความนี้เขียนโดย โรงพยาบาลบำรุงราษฏร์ 
ที่อยู่ 33 สุขุมวิท ซอย 3 กรุงเทพ  10110
โทรศัพท์ 02-667 1000  โทรสาร 02-667 2525
Link http://www.bumrungrad.com/healthspot/august-2012/nutrition-for-brain-health





หลักในการเลือกรับประทานอาหารเพื่อการดูแลสมอง


- รับประทานอาหารประเภทต้านอนุมูลอิสระ เพื่อลดปัญหาอนุมูลอิสระทำลายสมอง

- รับประทานอาหารที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดเข้าสู่สมอง

- รับประทานอาหารที่ไม่ปนเปื้อน


สารอาหารบำรุงสมอง


สมองดีเป็นสิ่งที่ใครๆ ก็ต้องการ ทำอย่างไรจึงจะป้องกันไม่ให้สมองเสื่อมก่อนวัย และทำอย่างไรจึงจะทำให้สมองยังคงดีอยู่กับเราตลอดชีวิต การเลือกรับประทานอาหารที่ดีเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยดูแลสมอง เริ่มต้นดูแลสมองของคุณด้วยอาหารที่มีประโยชน์ เพื่อสมองและความจำจะได้อยู่กับเราไปนานๆ 

คาร์โบไฮเดรต สมองต้องการคาร์โบไฮเดรตในรูปน้ำตาลกลููโคสเพื่อเป็นแหล่งพลังงานสำคัญควรเลือกรับประทานคาร์โบไฮเดรตในรูปที่ไม่ขัดสี เพราะการรับประทานแป้งและน้ำตาลมากเกินไปส่งผลให้สมองเฉื่อย              

โปรตีน ทำหน้าที่ช่วยเป็นสารสื่อระหว่างเซลล์กับเซลล์ ควรเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ชนิดไม่ติดมัน และในหนึ่งสัปดาห์ควรรับประทานปลาน้ำลึกอย่างน้อย 2-3 ครั้ง เนื่องจากมีสารโอเมกา-3 ซึ่งเป็นสารบำรุงสมองที่สำคัญ แต่หลักสำคัญคือ อย่ารับประทานปลาเพียงชนิดเดียว ควรเลือกรับประทานปลาหลากชนิดสลับหมุนเวียนกันไปเรื่อยๆ เพื่อป้องกันสารพิษตกค้างที่อาจอยู่ในเนื้อปลาสำหรับปลาในประเทศไทย เช่น ปลาทู ปลากระพง ปลาเก๋า ก็เป็นปลาที่มีโอเมกา-3 เช่นกัน สามารถเลือกรับประทานสลับกันไปได้ ทั้งนี้ไม่จำเป็นต้องรับประทานปลาทะเลทุกมื้อ อาจเปลี่ยนเป็นปลาน้ำจืดบ้าง แต่ควรทำให้สุกเพื่อป้องกันพยาธิและแบคทีเรียต่างๆ โดยวิธีการปรุงอาหารควรใช้การนึ่ง ต้ม หรือย่าง จะดีกว่าการทอด

ไขมัน มีความสำคัญในการสร้างเยื่อหุ้มเซลล์ประสาทและเยื่อบุผิวของเนื้อเยื่อสมอง โดยกรดไขมันที่มีความสำคัญต่อการสร้างเซลล์สมอง เยื่อหุ้มประสาทสมอง และการทำงานของร่างกายได้แก่ กรดไขมันไม่อิ่มตัวที่รู้จักกันดีในชื่อโอเมก้า 3,6 และ 9 ทั้งนี้ควรเลือกรับประทานเฉพาะไขมันหรือน้ำมันที่มีไขมันไม่อิ่มตัวสูง เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันรำข้าวและควรหลีกเลี่ยงการรับประทานไขมันอิ่มตัว เช่น ไขมันสัตว์ กะทิ น้ำมันมะพร้าว ไขมันทรานส์ เพราะนอกจากไขมันเหล่านี้จะมีผลต่อสมอง โดยเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดอัลไซ เมอร์ถึง 2 เท่าแล้วยังส่งผลร้ายกับหัวใจอีกด้วย

วิตามินบี 1 ช่วยบำรุงสมอง ทำให้สมองแข็งแรงพบมากในถั่ว งา ข้าวโพด หรืออาหารที่ปรุงจากเมล็ดข้าว เช่น ขนมปังที่ทำจากแป้งไม่ขัดขาวหรือมีธัญพืชผสม พาสตา รวมถึงในข้าวกล้องที่เรารับประทานกันทุกวัน สำหรับในผู้สูงอายุแนะนำให้รับประทานงาคั่วและบด เพราะจะช่วยให้ย่อยได้ดีกว่าการรับประทานเป็นเม็ด 

วิตามินบี 5 ช่วยในการถ่ายทอดสัญญาณประสาทเมื่อถูกกระตุ้น พบในเนื้อวัว สัตว์ปีก ไข่ ปลา ธัญพืช รวมถึงนมสดและผลไม้

โคลีน เป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยบำรุงสมอง มีอยู่ในอาหารจำพวกข้าวกล้อง ข้าวโพด ซึ่งมีมากในส่วนที่เป็นจมูกข้าวโพด ในคนที่ชอบรับประทานข้าวโพดฝานมักจะไม่ได้รับโคลีน ดังนั้นควรใช้มีดฝานลงไปให้ลึกถึงซังข้าวโพดเพื่อให้ได้รับโคลีนนอกจากนี้ โคลีนยังพบได้ในไข่แดง ซึ่งคนที่มีคอเลสเตอรอลในเลือดสูงต้องระวังไม่รับประทานมากเกินไป

วิตามินบี 6 ช่วยในการผลิตสารเคมีในสมอง พบในอาหารประเภทเนื้อสัตว์ เครื่องในสัตว์ ธัญพืช

วิตามินบี 12 ช่วยในการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดงให้สมบูรณ์ และบำรุงเนื้อเยื่อประสาทพบได้แต่เฉพาะในเนื้อสัตว์ ปลา สัตว์ปีกและผลิตภัณฑ์จากนมต่างๆ ในคนที่ขาดวิตามินบี 12 อาจส่งผลให้เกิดภาวะสมองเสื่อมได้ ผู้ที่รับประทานอาหารมังสวิรัติจึงควรหมั่นตรวจว่ามีโรคของวิตามินบี 12 ต่ำหรือไม่ ถ้าต่ำแพทย์อาจให้รับประทานวิตามินบี 12 ชนิดเม็ดเพิ่มเติม


แมงกานีส เป็นเกลือแร่ที่ช่วยดูแลสุขภาพของสมองและระบบประสาทพบมากในอาหารทะเลโดยเฉพาะหอยนางรม แต่ต้องระวังในเรื่องของคอเลสเตอรอลและแบคทีเรียในกรณีที่รับประทานสด

แมกนีเซียม โพแทสเซียม และแคลเซียม เป็นสารอาหารที่ส่งผลต่อการทำงานของระบบประสาท พบในผักใบเขียวและผลไม้ เช่น กล้วยหอม สับปะรดทั้งนี้การรับประทานผัก   ผลไม้จะช่วยให้ร่างกายได้รับสารต้านอนุมูลอิสระซึ่งจะช่วยชะลอการเสื่อมของสมองและป้องกันไม่ให้สมองถูกทำลายจากอนุมูลอิสระ

กรดโฟลิก จำเป็นต่อระบบรับรู้อารมณ์ ความรู้สึกในสมอง พบมาก ในกล้วย ส้ม มะนาว สตรอเบอร์รี แคนตาลูป ผักใบเขียว ถั่วเหลือง ถั่วลิสงหรือถั่วลันเตาและเป็นกรดที่สำคัญมากสำหรับผู้หญิงตั้ง ครรภ์ ช่วยในการสื่อสารอารมณ์และความรู้สึกจากแม่ไปสู่ลูก
สารแคปไซซิน มีอยู่ในเม็ดพริก ช่วยทำให้เลือดไหลเวียนผ่านเส้นเลือดขนาดเล็กในสมองได้ดี ควรรับประทานพริกสดมากกว่าพริกป่น เพื่อป้องกันการได้รับเชื้อราอะฟลาทอกซิน แต่ผู้ที่เป็นโรคแผลในกระเพาะอาหารควรระมัดระวัง เพราะพริกอาจทำให้เป็นแผลมากขึ้น

วิตามินซี วิตามินอี และเบตาแคโรทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยปกป้องเยื่อสมองจากอนุมูลอิสระที่ทำให้เกิดสมองเสื่อม จึงอาจช่วยป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้สารต้านอนมูลอิสระนี้พบในผัก  ผลไม้ และถั่วต่างๆ ควรรับประทานผักผลไม้สีเข้มๆ ต่างชนิดกันไป

ขมิ้น มีสารเคอร์คูมิน ช่วยต้านการอักเสบและลดการเสื่อมของสมองจากโรคอัลไซเมอร์มีงานวิจัยที่ พบว่าชาวอินเดียมีอัตราการเป็นโรคอัลไซเมอร์น้อยกว่าประเทศอื่นๆ เนื่องจากใช้ขมิ้นประกอบอาหารกันมาก

วิดิโอสัมภาษณ์


สัมภาษณ์ : เภสัชกรหญิงกาญจนศิริ บัวโฮม
ผู้เชี่ยวชาญ : ด้านสารอาหารและวิตามิน



บทสัมภาษณ์

คำถามที่1 :  คิดอย่างไรกับคำว่า " สมองดีด้วยอาหาร "
เภสัชกร :     ในการรับประทานอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการก็จะส่งเสริมการทำงานใน 
                   ระบบประสาทและสมองได้

คำถามที่2 :  สารอาหารอะไรบ้างที่ช่วยดูแลระบบประสาทของคนเรา
เภสัชกร :     ดูจากด้านหลังนะค่ะ ก็จะมีตัวอย่าง ระบบประสาทของเราทำงานหลักโดยการใช้  
                   พลังงาน อย่างวิตามินก็เป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ พวกวิตามิน
                   ที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาทและสมองก็พวกเลซิติน (Lecithin) เป็นสารที่
                   ช่วยเพิ่มความจำนะค่ะและก็พวกวิตามิน B ช่วยในการบำรุงสมอง การทำงานของ
                   สมอง การบำรุงระบบประสาทให้ทำงานคล่องตัวขึ้น และก็มีพวกแปะก๊วย ช่วยให้
                   เลือดไหลเวียนและไปเลี้ยงสมองได้ดีขึ้น

คำถามที่3 :  สารอาหารมีประโยชน์มากมายและยังมีโทษด้วยใช่ไหม
เภสัชกร :     แน่นอนอยู่แล้วค่ะ ทุกอย่างมีประโยชน์ก็ต้องมีโทษ ถ้าเรากินในปริมาณที่ไม่
                   เหมาะสม เช่นการรับประทานคาร์โบไฮเดต โปรตีนหรือไขมันที่มากเกินไปสาร
                   อาหารจำพวกนี้ก็เปลี่ยนรูปเป็นไขมันและสะสมตามร่างกายและทำให้เกิดผลเสีย 
                   เช่น การเกิดข้อเข่าเสื่อม ก็เกิดจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป

คำถามที่4 :  คิดอย่างไรกับคำว่า " กินอย่างไร  ได้อย่างนั้น "
เภสัชกร :    อันนี้มันก็แน่นอนอยู่แล้วนะค่ะ เช่น ถ้าเรากินไขมันในปริมาณมากเราก็อ้วน กิน
                  น้ำตาลมากก็เปลี่ยนเป็นรูปของไขมันสะสมตามร่างกายได้เหมือนกันค่ะ ถ้าเรากิน
                  อาหารที่มีประโยชน์ต่อสมองก็ทำให้ระบบประสาทมีการทำงานดีขึ้น

คำถามที่5 :  พัฒนาการของมนุษย์มีปัจจัยหลักคือสารอาหารใช่หรือไม่
เภสัชกร :    พัฒนาการของมนุษย์มีปัจจัยหลักคือสารอาหาร สำหรับพี่นะค่ะ คิดว่ามีหลายด้าน 
                  เช่น พัฒนาการด้านสมอง การฝึกคิด ฝึกปฏิบัติด้วย นอกจากการรับประทาน
                  อาหารก็จะประกอบควบคู่กันไป

คำถามที่6 :  ทำไมคนเราถึงต้องกินวิตามินเสริม
เภสัชกร :    การที่คนเราทานวิตามินเสริมคำว่า " วิตามินเสริม " ก็บอกอยู่แล้วว่า " เสริม " คือ
                  ไม่ใช่ตัวหลักที่ต้องกินนะค่ะ แต่ว่าเนื่องด้วยการดำรงชีวิตของเราเนี่ย มันไม่เอื้อต่อ
                  การที่กินอาหารให้ครบพอมันไม่ครบก็เลยทำงานได้ไม่ดีพอ เราก็เลยต้องมีการ
                  เสริมเข้าไป ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าน้องๆ เนี่ยกินอาหารพวกจังก์ฟู้ด ฟาสต์ฟู้ดค่อน
                  ข้างบ่อย ซึ่งมันเป็นอาหารที่ไม่ครบตามหลักโภชนาการนะค่ะ ทำให้เราต้องกิน
                  วิตามินเข้าไปเพื่อเสริมนั้นเอง







สรุป " สมองดีด้วยอาหาร "





1. หัวข้อที่ต้องการทำ
    ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหารและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อสมองและร่างกายของคนเรา
  
2. เหตุผลที่ต้องการทำ
   - หาข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อสมองและร่างกายของเรา
    - หาข้อมูลเกี่ยวกับวิตามินและแร่ธาตุที่มีประโยชน์ต่อตัวเรา
    - สนใจที่จะศึกษาเรื่องสารอาหารว่ามีประโยชน์และโทษอย่างไรบ้าง
    - เพื่อหาความรู้ใหม่เพิ่มเติม

3. วัตถุประสงค์
   - ศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับสารอาหารต่างๆ ที่มีประโยชน์ต่อสมองและร่างกายของเรา
    - เพื่อหาความรู้เพิ่มเติม
    - เพื่อพัฒนาความรู้และความเข้าใจในการอ่าน
    - เพื่อจัดทำรายงานวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่องานสื่อสารมวลชน

4. แสดงความคิดเห็น
   หนังสือสมองดีด้วยอาหาร เป็นหนังสือที่กล่าว ถึงเรื่องสารอาหารที่มีประโยชน์และโทษต่อ
    สมองและโทษต่อสมองและร่างกายของคนเรา ซึ่งเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้แล้วจะได้ความ
    รู้มากมายหรือบางเรื่องที่เราอาจจะไม่เคยรู้หรือได้ยินมาก่อน หัวข้อและเนื้อหาต่างๆ ที่อยู่
    ในหนังสือเล่มนี้มีความน่าสนใจและเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านอย่างยิ่ง ผู้เขียนแบ่งหัวข้อชัดเจน
    ทำให้เข้าใจง่ายและให้ความรู้กับเราได้เป็นอย่างดี แต่หนังสือเล่มนี้ยังมีข้อบกพร่องอยู่บาง
    ในเรื่องของรูปภาพ ควรเพิ่มรูปภาพและทำให้เป็นภาพสี เพื่อให้ดูน่าสนใจและทำให้
    ผ่อนคลายในการอ่านอีกด้วย โดยรวมแล้วหนังสือเล่มนี้มีประโยชน์มากมายและสร้าง
    ความเข้าใจให้กับผู้อ่านได้เป็นอย่างดี
    
5. เนื้อหา 
   หนังสือสมองดีด้วยอาหาร(บทที่ 6) มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
    1.กินอะไรถึงเก่ง
    2.กินอะไรถึงสมองดี
    3.สารอาหารที่ช่วยดูแลระบบประสาท
    4.ทำไมถึงต้องกินวิตามินเสริม

6. เกี่ยวกับหนังสือสมองดีด้วยอาหาร
   ชื่อหนังสือ : สมองดีด้วยอาหาร
    ผู้แต่ง : นายแพทย์สโรช  รัตนากร
    สำนักพิมพ์ : Be Healthy
    ปีที่พิมพ์ : ครั้งที่ 1 สิงหาคม 2549

รหัสหนังสือจากห้องสมุดมหาวิทยาลัยรังสิต 
     QU
     145
     ส49ส45
     2550